เกี่ยวกับเรา

สวนลุงเพ็ง

         “หนองเสือ” พื้นที่เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดปทุมธานี สระบุรี นครนายก เดิมพื้นที่เป็นป่าดงที่มีเสือดุร้าย มีช้าง และสัตว์ป่ามาอาศัยกินในหนองน้ำ เป็นที่หวาดกลัวของคนในพื้นที่ ซึ่งหนองน้ำแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า "หนองเสือ" ตามชื่อสัตว์ดุร้าย ต่อมาได้จัดตั้งเป็น "อำเภอหนองเสือ" ที่เป็นอำเภอลำดับสุดท้ายของจังหวัดปทุมธานี สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท้องทุ่งมีลำคลองไหลผ่านหลายสาย ดั่งคำขวัญของอำเภอหนองเสือที่ว่า “คลองพระเจ้าหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวไทย เลื่อมใสศาสนา ก้าวหน้าสวนส้ม นิยมสามัคคี เป็นศรีหนองเสือ” (ที่มา : สำนักงานเกษตรอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี)

         ปี พ.ศ. 2557 ด.ต.บุญเพ็ง กาพล รับราชการตำรวจ สภ.หนองเสือ ได้มีโอกาสชื้อที่ดินในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือขนาด 1 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและด้วยพื้นที่ดินผืนดังกล่าวไม่สามารถทำการเพาะปลูกอะไรได้ เนื่องจากปัญหาดินเปรี้ยว ถือเป็นความท้าทายอย่างมากที่ต้องการจะสร้างผืนดินนี้ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ จึงเริ่มทำการปรับพื้นที่โดยการขุดบ่อกักเก็บน้ำ 1 ส่วน และนำดินที่ขุดมาถมเป็นโคก 1 ส่วน แต่ก็ยังไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ ต่อมาได้ทดลองเลี้ยงกบ ทดลองปลูกผักไว้รับประทานเองด้วยการปลุงดินจากซากใบไม้และปุ๋ยคอก และทำการปลูกพืชประเภทถั่วเพื่อปรับปรุงดิน ซึ่งสภาพดินยังไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูกมากนัก


        ปี พ.ศ. 2563 พี่กุ้ง ได้มีโอกาสเข้าเรียนรู้การทำเกษตรแบบกสิกรรมธรรมชาติ จึงได้นำความรู้นั้นมาปรับใช้โดยการขุดคลองใส้ไก่ภายในพื้นที่สวน ทำการขุดบ่อเพื่อทำธนาคารน้ำไต้ดิน ปลูกป่า 5 ระดับ และใช้วิธีการห่มฟางหรือใบไม้เพื่อคลุมดิน ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจในการบริหารจัดการพื้นที่สวนลุงเพ็ง ทำให้พื้นที่สวนลุงเพ็ง สามารถพลิกผืนดินที่มาจากดินเปรี้ยวไม่สามารถปลูกพืชหรือต้นไม้ได้ให้กลายเป็นสวนเกษตรต้นแบบ มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชผัก มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่สามารถใช้บริโภคในครัวเรือนและช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
        ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้น “สวนลุงเพ็ง” ทำให้คนในพื้นที่ได้เห็นว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงผืนดินจากที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้เนื่องจากดินเปรี้ยว จนกลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของครอบครัวและช่วยสร้างรายได้สร้างอาชีพได้จริง สวนลุงเพ็ง จึงได้รับเลือกให้จัดอบรมให้ความรู้กับชุมชนเกี่ยวกับโคกหนองนาและกสิกรรมธรรมชาติ นอกจากนี้ ด้วยความสามารถหลากหลายด้านของพี่กุ้ง ทำให้ได้รับเลือกเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรและการสร้างอาชีพให้กับชุมชนและหน่วยงานพัฒนาชุมชน เช่น สอนการทำซาลาเปา การทำไข่เค็ม การเลี้ยงไส้เดือน และสอนทำปุ๋ยหมัก ทำให้สวนลุงเพ็งเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
        จากการเลี้ยงไส้เดือน ทำให้สวนลุงเพ็งมีปุ๋ยมูลไส้เดือนไว้ใช้เองและมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาทิ ปุ๋ยมูลไส้เดือนแท้ 100% น้ำหมักมูลไส้เดือน ดินปลูก และไส้เดือนเพื่อนำไปเพาะเลี้ยง โดยได้มีส่วนร่วมในการเปิดตลาดสีเขียวให้กับชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน



        ทั้งนี้ สวนลุงเพ็ง จะมีการปลูกผักเพื่อผู้บริโภคที่สนใจผักปลอดสาร ที่เปิดให้ท่านที่สนใจต้องการผักสดๆ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมที่สวนและสามารถเก็บผักสดจากสวนที่ได้ทั้งความสดใหม่ เลือกเก็บผักด้วยตนเอง เสมือนมาเลือกผักจากซุปเปอร์มาร์เก็ตในสวน รวมถึงกิจกรรมปลูกผักฝากเลี้ยงกับ “สวนลุงเพ็ง” และมาเก็บผักเมื่อโต ทั้งนี้ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนและช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน สำหรับท่านที่สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ปุ๋ยมูลไส้เดือนแท้ 100% น้ำหมักมูลไส้เดือน ดินปลูก ไส้เดือนเพื่อนำไปเพาะเลี้ยง และผักปลอดสารจากสวนลุงเพ็ง สามารถสอบถามข้อมูลได้โดยตรงกับทางกลุ่มตามช่องทางที่ได้ระบุไว้ได้เลยค่ะ



เรื่องเล่า : พี่กุ้ง บังเอิญ กาพล
เรียบเรียง : W.Suphan



         จากปัญหาของสภาพดินเปรี้ยวและน้ำมีความเป็นกรด ในปี พ.ศ. 2560 ได้เริ่มปรับสภาพน้ำ โดยการใส่ปูนขาวและปูนมาล เพื่อลดความเป็นกรดของน้ำและเริ่มเพราะปลูกพืชผักสวนครัว เริ่มทดลองเลี้ยงปลา เพื่อเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือน ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะพลิกฟื้นผืนดินให้ดีขึ้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบพื้นที่มีความร่มรื่นมีต้นไม้ มีพืชผักสวนครัว มีสายน้ำไหลผ่าน เป็นสถานที่ผักผ่อนของครอบครัวและเด็กๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นและที่มาของชื่อ “สวนลุงเพ็ง”

        ปี พ.ศ. 2561 สภาพดินในพื้นที่ยังไม่สมบูรณ์มากนัก ส่งผลให้การเพาะปลูกยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 เริ่มสร้างแหล่งอาหารด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว มีการเลี้ยงปลาดุก ปลาหมอ ปลาสลิด เพื่อบริโภคในครอบครัว และได้เกิดปัญหาน้ำเปรี้ยวอีกครั้ง จนทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้เองพี่กุ้ง (บังเอิญ กาพล) ได้เข้าร่วมโครงการอบรมและศึกษาดูงานการเลี้ยงไส้เดือนดินกับเทศบาลตำบลหนองเสือ และเห็นว่ามูลไส้เดือนมีประโยชน์ต่อการช่วยปรับสภาพดิน จึงได้นำความรู้มาเริ่มเลี้ยงไส้เดือนเพื่อใช้ในสวนลุงเพ็ง



        ปี พ.ศ. 2564 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้เลี้ยงไส้เดือนเพื่อสร้างรายได้ด้วยการก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนบึงพัฒนา สวนลุงเพ็ง เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการเกษตรที่ได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงาน โดยเริ่มมีผู้เข้ามาศึกษาการเลี้ยงไส้เดือนเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานีและคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลหนองเสือ นักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น
        การใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนแท้ 100% ช่วยให้ดินมีความร่วนซุยเหมาะสมกับการเพาะปลูกทุกชนิด โดยนำปุ๋ยมูลไส้เดือนมาผสมกับเศษใบไม้และเศษฝางสำหรับรองก้นหลุมก่อนปลูกต้นไม้ ซึ่งในปุ๋ยมูลไส้เดือนจะมีตัวไส้เดือนที่จะช่วยในการพรวนดิน ช่วยให้ต้นไม้สามารถขยายรากได้ดีและทำให้ต้นโตไว้ ได้ผลผลิตดี ทั้งผักสวนครัว ต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ไส้เดือนสายพันธุ์ AF เป็นสายพันธุ์ที่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมของไทยได้ดี กินเก่ง และอากาศจะต้องไม่ร้อนจนเกินไป อาจจะทำให้ไส้เดือนตายได้ ทั้งนี้ ถ้าสนใจเกี่ยวกับการเลี้ยงไส้เดือนและการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน หรือต้องการดินปลูกต้นไม้ที่ผสมปุ๋ยมูลไส้เดือนแล้วพร้อมปลูกผักสวนครัว ปลูกต้นไม้ได้ทันที สามารถติดต่อพี่กุ้งหรือเข้ามาเรียนรู้ที่สวนลุงเพ็งได้ค่ะ


“ปุ๋ยมูลไส้เดือนพลิกผืนดิน สายน้ำรินไหลผ่าน สรรค์สร้างลานกิจกรรม ชุมชนร่วมกันทำงานเกษตร พื้นที่เขตเพื่อการเรียนรู้ มุ่งสู่วิถีความยั่งยืน"