ปันความรู้

โคกหนองนาที่สวนลุงเพ็ง

         สวนลุงเพ็ง ได้นำแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ตามรูปแบบของโคกหนองนาโมเดล จากพื้นดินที่เป็นสภาพดินเปรี้ยวและไม่เหมาะสมกับการเพราะปลูก ซึ่งสวนลุงเพ็ง ได้นำแนวทางต่างๆ เข้ามาทดลองปรับสภาพดินด้วยการทำเกษตรแบบกสิกรรมธรรมชาติ ด้วยการขุดคลองใส้ไก่ภายในพื้นที่สวน ทำการขุดบ่อเพื่อทำธนาคารน้ำไต้ดิน ปลูกป่า 5 ระดับ ใช้วิธีการห่มฟางหรือใบไม้เพื่อคลุมดิน การทำปุ๋ยหมักใช้บำรุงดิน การเลี้ยงไส้เดือน และนำปุ๋ยมูลไส้เดือนมาใช้ในการรองก้นหลุมเพื่อปลูกต้นไม้ ช่วยให้ดินมีความร่วนซุย สามารถเพาะปลูกพืช ต้นไม้ในพื้นที่ได้ ทำให้สวนลุงเพ็งมีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรที่สำคัญของชุมชน

         โคกหนองนาโมเดล คือ การพัฒนาจัดการพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งเป็นการผสมผสานของเกษตรทฤษฏีใหม่ร่วมกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่นั้นๆ โดยแบ่งพื้นที่สำหรับการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สามารถปลูกพืช ผัก ผักสวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ หรือเลี้ยงปลา โดยจะทำให้การเป็นอยู่ของเกษตรกรเป็นแบบพอกินพอใช้ หรือตามแนวทางขั้นพื้นฐานแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีการจำแนกการปลูกพืชตามแนวความสูงออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ไม้หัวใต้ดิน ไม้เรี่ยดิน ไม้เตี้ย ไม้กลาง ไม้สูง ต่อด้วยการขุดบ่อน้ำ ร่องน้ำเล็ก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของชั้นดิน เลี้ยงปลาไว้เป็นอาหาร สุดท้ายคือนา ถือเป็นพื้นที่ให้ปลูกข้าวอินทรีย์ตามแบบฉบับพื้นบ้าน เริ่มต้นจากการพัฒนาฟื้นฟูที่ดิน อย่างการเลือกทำการเกษตรแบบอินทรีย์ยั่งยืน (ที่มา : สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร, https://www.arda.or.th/knowledge_detail.php?id=61)














         ปัจจุบันมีผู้ที่สนใจนำโคกหนองนาโมเดลมาปรับใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เพิ่มมากขึ้นตามแนวทางการดำเนินชีวิตแบบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับประโยชน์ของโคกหนองนาโมเดลจะช่วยให้ประหยัดมากขึ้น เพราะสามารถปลูกพืชต่างๆ ไว้ในพื้นที่และใช้สอยในครัวเรือน และหากผลผลิตมีจำนวนมากสามารถนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย

         ทั้งนี้ ท่านที่สนใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทางของโคกหนองนาโมเดล สามารถติดต่อเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สวนลุงเพ็ง หรือเข้ามาศึกษาดูงานได้ ที่ศูนย์การเรียนรู้สวนลุงเพ็งได้ตามวันเวลาทำการค่ะ


“ปุ๋ยมูลไส้เดือนพลิกผืนดิน สายน้ำรินไหลผ่าน สรรค์สร้างลานกิจกรรม ชุมชนร่วมกันทำงานเกษตร พื้นที่เขตเพื่อการเรียนรู้ มุ่งสู่วิถีความยั่งยืน"